10 อันดับ ทุเรียนพันธ์แปลกๆ หายาก คุณอาจไม่เคยเห็น
ทุเรียนถือเป็นราชาแห่งผลไม้ และกลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาล ทั้งในประเทศและการส่งออก ดูอย่างการขายทุเรียน 8 หมื่นลูกให้กับจีน เป็นเครื่องยืนยัน อีกทั้งทุเรียนเป็นพืชที่พบได้แต่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีพันธุ์ที่นิยมกันคือ ก้านยาว หมอนทอง เป็นต้น แต่เพื่อนๆรู้มั้ยครับทุเรียนยังมีพันธุ์แปลกๆที่เพื่อนๆอาจไม่เคยเห็นด้วยนะครับ
10. ทุเรียนเมืองนนท์ ราคาหลักแสน ทุเรียนเมืองนนท์ เป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ท้องถิ่นแห่งนี้เท่านั้น พบมากที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปกติราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท และไต่ขึ้นไปสูงถึง 2 หมื่น 5 พันบาท และ 5 หมื่นบาท นอกจากนั้นยังมีการประมูลโดยราคาขึ้นไปถึงลูกละ 3 แสนเลยทีเดียว ตอนนี้ชาวสวนอนุรักษ์ทุเรียนเมืองนนท์ไว้ รวมกันแล้วราว 2,000 ไร่ จากเดิมเคยมีมากกว่า 6,000 ไร่ คนที่เคยได้ชิมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หวานมันอร่อยเว่อร์
9. ทุเรียนจิ๋วเมืองระยอง ทุเรียนจิ๋วนี้เป็นพันธ์พวงมณี โดยมีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ เป็นที่ฮือฮากันในโลก Online หลายคนคิดว่าเป็นทุเรียนพันธ์ใหม่ แต่แท้จริงแล้ว ทุเรียนจิ๋วดังกล่าวเป็นทุเรียนพันธ์พวงมณีที่ออกมาปลายๆกิ่ง ไม่ใช่พันธุ์ใหม่ หรือการตกแต่งพันธุกรรมแต่อย่างใด รสชาติหวานมัน มีผู้ให้ความสนใจติดต่อมาสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก 1 กิโลกรัม มี 3-4 ลูก ราคาขาย กิโลกรัมละ 100 บาท
8. ทุเรียนไร้หนาม ป.ป่าละอู สร้างความฮือฮาในโลก Social อีกเหมือนกันกับ ทุเรียนไร้หนาม แห่งสวน ป.ป่าละอู ที่หัวหิน แต่แท้จริงแล้วเกิดจากไอเดียร์บรรเจิดของพ่อค้า ที่ได้ตัดหนามทุเรียนทิ้งไป เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อหาทุเรียนกลับบ้านได้อย่างสะดวก หรือบางคนอาจจะนำขึ้นเครื่องไปต่างประเทศได้ง่ายๆ
7. ทุเรียนพันธุ์นกกระจิบ ทุเรียนพันธุ์นี้ลุงสุนทร ราชวัตรได้ทดลองนำกิ่งพันธุ์จาก จ.นนทบุรี มาปลูกที่สวน เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว โดยไม่รู้มาก่อนว่าเป็นพันธุ์อะไร แต่เมื่อดูรูปลักษณ์ของผลทุเรียน มีขนาดเล็ก รูปทรงคล้ายนกกระจิบ ลุงไพบูลย์ก็เลยตั้งชื่อมันว่า "นกกระจิบ” นกกระจิบจริงๆ แล้วคือ พันธุ์พานพระศรี ทุเรียนพันธุ์ดีสมัยรัชกาลที่ 5 เหตุที่ชื่อว่าพานพระศรี เพราะว่าลูกเล็ก สามารถตั้งบนพานได้ ความที่เป็นลูกเล็ก น้ำหนักเบา จึงไม่เป็นที่นิยมของเกษตรกรชาวสวนที่ปลูกเพื่อการค้า เพราะเกรงว่าปลูกแล้วไม่คุ้มทุน ต่อมามีการขยายพันธุ์ปลูกกันอย่างแพร่หลาย พร้อมกับตั้งชื่อใหม่ว่า ”เม็ดในยายปราง" จุดเด่นเนื้อสีเหลืองทอง รสชาติหอม หวาน ให้ผลผลิตเร็วกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ จึงได้เปรียบในเรื่องการตลาด ทำให้ขายได้ราคา ปัจจุบันราคาทุเรียนพันธุ์นี้เฉลี่ยอยู่ที่ 150-180 บาทต่อกิโลกรัม
6. ทุเรียนด่านซ้าย ทุเรียนแดนอีสาน ปกติแล้วทุเรียนจะปลูกได้ดีทางภาคตะวันออก เช่นระยอง ส่วนภาคอีสานนั้นมักจะปลูกทุเรียนไม่ได้ผล แต่ปีนี้มีการค้นพบสวนทุเรียนที่ ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย ทุเรียนที่สามารถออกผลผลิตได้ในพื้นที่ภาคอีสาน พบว่าเป็นพันธ์หมอนทองมีลูกโต พูใหญ่ สมบูรณ์ น้ำหนัก 3-4 กก.ชาวบ้านที่ทราบได้มาจองทุเรียนไว้ทั้งหมด ขนาดว่าเจ้าของสวนยังไม่เคยได้ชิมเลย
5. หลินลับแล ทุเรียนเงินล้าน หลินลับแลนั้นจะแตกต่างจากพันธ์หลงลับแล หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นพันธ์เดียวกัน หลินลับแลนั้นแทบไม่มีกลิ่นแถมเม็ดยังเล็กลีบเนื้อเยอะสุดๆ ทุเรียนหลงหลินลับแลนั้นราคาแพงลิบลิ่ว กิโลกรัมละ 350-500 บาท เนื่องจากทุเรียนทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ เป็นทุเรียนโบราณพื้นเมือง สามารถปลูกได้เฉพาะในภูมิประเทศหุบเขาที่นี่เท่านั้น
4. ทุเรียนสีแดง ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้าง โดยทุเรียนสีแดงนี้พบได้ในประเทศ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ในมาเลเซียพบมากในรัฐ Sabah เนื้อของทุเรียนจะมีสีแดงมรกต สีเข้ม ต้นของมันจะสูงหลายสิบเมตร มีหนาวที่ยาว ผลสุกจะแตกคาต้นเลย กลิ่นของเนื้อทุเรียนสีแดงจะไม่รุนแรงเหมือนทุเรียนทั่วไป กลิ่นคล้ายอัลมอนด์คั่ว หรือกลิ่นคาราเมล จึงเรียกว่าทุเรียนคาราเมล แต่คนที่เคยกินเขาบอกว่ารสชาติสู้ทุเรียนไทยไม่ได้เลย
3. ทุเรียนแปลกทรงกระบอก ทุเรียนรูปร่างยาวๆทรงกระบอกนี้เป็นพันธ์พื้นเมืองของลับแล ให้ผลที่สวนกลางหุบเขาของนายอำพล โกะกอย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่4เป็นทรงกระบอก เรียวยาว สวยงาม ยาวประมาณ20เซนติเมตร น้ำหนัก ครึ่งกิโลกรัม มีเนื้อในสามารถรับประทานได้เหมือนทุเรียนทั่วๆไป แต่เจ้าของไม่ทาน ไม่ขาย เก็บไว้ เนื่องจากทุเรียนจะติดผลเป็นทรงกระบอก เฉพาะปีที่น้ำฝนอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญจะมีเพียง1-2ลูกเท่านั้น
9. ทุเรียนนวลทองจันทร์ ทุเรียนไร้กลิ่น..รสชาติหอมหวานมัน มิติใหม่แห่งพันธุ์ทุเรียน ของจันทบุรี เพราะการที่มันไม่ค่อยมีกลิ่น เนื้อสีทอง เม็ดเล็ก เนื้อเยอะ คือจุดเด่นของทุเรียนนวลทองจันท์ ซึ่งทำให้ทุเรียนพันธุ์นี้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักทุเรียนและชาวต่างชาติ
10. มูซานคิง เป็นทุเรียนพันธ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย ได้รับการขนานนามว่า ราชาแห่งทำเรียนมาเลเซีย และเป็นที่ชื่นชอบของชาวจีนและฮ่องกงเป็นอย่างมาก มีผลไม่ใหญ่มาก ราวๆ 1.5 – 2 กิโลกรัม เปลือกสีน้ำตาลเทา หนามไม่แหลม เนื้อสีเหลืองเข้ม เหนียว ละเอียด รสชาติหวานมัน มีกลิ่นเฉพาะ เมล็ดเล็ก ลีบ เมื่อแก่จัดเนื้อจะคงรูปได้ดี ผิดกับทุเรียนไทยที่ถ้าแก่จัดเนื้อจะเหลวเละ แต่เรื่องรสชาตินั้นชาวไทยหลายคนที่ได้ชิมแล้วต่างก็บอกว่า ทุเรียนไทยอร่อยกว่าเยอะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น