10 อันดับ หุ่นยนต์ยุคปัจจุบัน ที่จะมาทำงานแทนมนุษย์
อย่างที่เราคงพอจะทราบกันว่า ปัจจุบันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีนั้นก้าวหน้าไปไกลและรวดเร็วมาก โดยเฉพาะ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่นักพัฒนาสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์หรือใช้ในเชิงพานิชมากขึ้น โดยเฉพาะ Robotic หรือหุ่นยนต์ ที่เราเคยเห็นกันแต่ในหนัง Sci-fi หรือหนังขบวนการแปลงร่าง 5 สีในสมัยเด็ก แต่ปัจจุบันหุ่นยนต์ได้ถูกนำมาใช้มากขึ้น และมีผู้กล่าวว่าหุ่นยนต์อาจจะมาแย่งงานมนุษย์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า วันนี้ รู้ไว้ใช่ว่า จะพามาดูเทคโนโลยีหุ่นยนต์ 10 อันดับที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมาได้แล้ว จะก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วนั้น ไปดูกันเลยครับ10. Milo Robot เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นโดย Robokind ผู้ผลิตหุ่นแอนดรอยด์จากอเมริกา เพื่อช่วยเหลือเด็กๆออทิสติก สูงสองฟุตได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับพ่อแม่นักบำบัดและนักการศึกษาเพื่อสอนทักษะทางสังคมสำหรับเด็กออทิสติก Milo สามารถแสดงหน้าตาและอารมณ์ได้หลายรูปแบบ โดยมีกล้องที่ฝังอยู่ในดวงตาเพื่อคอยตรวจดูพฤติกรรมของเด็กเพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่เด็ก และยังสามารถพูดคุยโต้ตอบกับเด็กได้ จึงช่วยให้เด็กออทิสติกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้น
9. Ekso GT ,Ekso Bionics ซึ่งเป็น บริษัท ที่ตั้งอยู่ในเมืองริชมอนด์รัฐแคลิฟอร์เนียได้ผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยฟื้นฟูและทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้เนื่องมากจากโรคหลอดเลือดในสมอง ชุดหุ่นยนต์ทำจากไทเทเนียมและอลูมิเนียมใช้มอเตอร์ที่ใช้แบตเตอรี่เพื่อให้ผู้สวมใส่เดิน สิ่งที่คนไข้ต้องทำคือเลื่อนสะโพกไปข้างหน้าและอุปกรณ์จะเริ่มทำงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถใช้เพื่อให้การบำบัดในหลายๆรูปแบบ
8. Jibo คงดีไม่น้อยถ้าจะมีหุ่นยนต์ที่คอยทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวภายในบ้าน นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบัน MIT จึงได้พัฒนา Jibo ขึ้นมา โดย Jibo เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็ก มีหัวทรงกลมและมีหน้าจอเป็นใบหน้า สามารถหมุนไปมาได้ 360 องศา พูดได้ กระพริบตาได้ มีกล้อง HD คอยบันทึกภาพ แยกแยะและจดจำใบหน้าคนในบ้านได้อย่างถูกต้อง พร้อมลำโพง ไมโครโฟน หน้าที่หลักของ Jibo คือ การเป็นเลขาภายในบ้าน คอยเตือนตามกำหนดการต่าง ๆ บันทึกภาพได้ตามต้องการ ใช้เป็นกล้องเว็บแคมสำหรับติดต่อกับคนในบ้านที่อยู่ห่างไกล ทำ video call และยังเป็นเพื่อนเล่นที่น่ารักสำหรับเด็กๆ สำหรับผู้ที่สนใจอยากได้มาใช้ที่บ้าน ตอนนี้ก็มีขายแล้ว ราคาประมาณ 28000 บาท
7. Double ,Double Robotics ใช้ไอแพดเป็นตัวสังการและควบคุม โดยผู้ใช้สามารถควบคุมจากระยะไกลได้ด้วยคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ขับเคลื่อนด้วยล้อ 2 ล้อ มีขาตั้งเล็ก ๆ ไว้เพื่อกางออกเวลาจะจอดหุ่นยนต์ไว้กับที่ มีฐานไว้สำหรับติดตั้ง iPad อยู่บนคอที่ยืดหดได้ 1 – 1.5 เมตรโดยมีแนวคิดเรื่องการปรากฏตัวทางไกลในสถานที่หลายแห่งในเวลาเดียวกัน เป็นประโยชน์สำหรับการประชุมหลายแห่งในเวลาเดียวกัน หรือสำหรับคุณหมอที่มีคนไข้ในการดูแลหลายคน เวลานี้ Double Robotics มีขายแล้วในราคาตัวละ 78000 บาท
6. Deka Robot นี่คือหุ่นแขนเทียมที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เพื่อให้บุคคลที่ประสบปัญหาถูกตัดแขนด้านบนสามารถควบคุมแขนและมือได้ แขนเทียมมีความแม่นยำเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับรายการต่างๆเช่นถ้วยและมีดได้ ดูไปก็คล้ายๆแขนของ Luke Skywalker ในหนัง Star War นะครับ โดยการทำงานของมันจะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการหดตัวของกล้ามเนื้อ และส่งสัญญาณคำสั่งไปบังคับแขนและมือ ซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก และขณะนี้แขนเทียมอันนี้ก็มีขายจริงๆแล้ว
5. Pepper หลังจากมีการพัฒนาๆ กันมานาน วันนี้เราจึงมี Pepper (เปปเปอร์) หุ่นยนต์แบบ humanoid หรือหุ่นที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ที่เริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายตั้งแต่กลางปี 2015 ในราคาประมาณ 60,000 บาท ซึ่งมียอดขายหลายพันตัวที่ประเทศญี่ปุ่น Pepper สามารถวิเคราะห์ ตีความและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ที่เป็นคู่สนทนา โดยรู้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์สนุกสนาน, เศร้า, โกรธ หรือตื่นเต้นดีใจ (ซึ่งอีกหน่อยอาจพัฒนาการรับรู้ได้มากขึ้นอีก) อีกทั้งยังวิเคราะห์น้ำเสียงของผู้พูด สีหน้า ยิ้ม หรือหน้าบึ้ง ท่าทางการแสดงออก ทั้งหมดจะถูกนำไปประมวลผล ทำให้ Pepper สามารถเลือกวิธีตอบสนองกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จากนั้นจะแสดงออกผ่านทางสีของดวงตา หน้าจอแท็บเล็ตและน้ำเสียงของเขาเอง และยังสามารถดาวโหลดโปรแกรมเพิ่มเติมได้อีกด้วย
4. Moley นี่คือหุ่นยนต์พ่อครัวตัวแรกของโลก ที่จะมาช่วยแม่บ้านของคุณให้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำกับข้าวให้สามีและลูกๆอีกต่อไป หุ่นยนต์พ่อครัวตัวนี้ใช้แขนจาก Universal Robots 2 แขน แต่ละแขนมีมือจาก Shadow Robot ที่มีมอเตอร์ถึง 20 ตัว ข้อต่อ 24 ข้อ และเซนเซอร์ 129 ชุด ทำให้เลียนแบบการเคลื่อนไหวได้เหมือนมือมนุษย์ หุ่นยนต์พ่อครัวนี้ได้รับการฝึกฝนการทำอาหารจาก Tim Anderson พ่อครัวแชมป์ BBC Masterchef ปี พ.ศ. 2554 โดยการใช้ motion capture จับการเคลื่อนไหวของ Tim ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบจนถึงใส่จานในเครื่องล้างจาน แล้วหุ่นยนต์พ่อครัวจึงทำตาม สนนราคาของมันคาดว่าราวๆ 5 แสนบาท ซื้อสักตัวมั้ยครับ
3. Spot หุ่นยนต์หมา ที่ฉลาดล้ำมากๆ ผลงานของ Boston Dynamics ซึ่งถูกซื้อไปโดย Google นั่นเอง Spot นั่นขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิกและมีพละกำลังสูง หนัก 160 ปอน หรือประมาณ 72.7 กิโลกรัม มีเซ็นเซอร์อยู่ที่หัวซึ่งใช้ในการนำทางก้าวข้ามสิ่งกีดขวางหรือทางลาดชันได้ มีความคล่องตัวสูงสามารถลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยได้อย่างไร้ปัญหา แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า Google จะใช้ Spot เพื่อทำอะไร หรือไม่แน่ว่า Google อาจจะอยากใช้ Spot ในการทำ Google Street View ในที่ที่รถเข้าไปลำบาก แทนการใช้คนสะพายเป้ก็เป็นได้
2. OceanOne ทีมนักวิจัยจาก Stanford และ King Abdullah University of Science and Technology ประเทศซาอุดิอาระเบีย พัฒนา OceanOne หุ่นยนต์ดำน้ำคล้ายมนุษย์ สามารถทำงานได้ละเอียดและคล่องแคล่ว OceanOne ถูกส่งไปสำรวจซากเรือ King Louis XIV ที่จมอยู่ใต้น้ำลึก 100 เมตร ห่างจากชายฝั่งประเทศฝรั่งเศส 32 กิโลเมตรและสามารถกู้ซากสมบัติขึ้นมาได้
OceanOne ยาว 1.5 เมตร ท่อนบนของตัวหุ่นยนต์ออกแบบรูปร่างเลียนแบบมนุษย์ มีกล้อง 2 ตัวที่หัวเพื่อมองภาพเป็นสามมิติ มีแขน 7 องศาอิสระ 2 ข้าง มีเซนเซอร์วัดแรงที่ข้อมือ และมือจับ ติดตั้งคอมพิวเตอร์ควบคุม แบตเตอรี่ เซนเซอร์วัดแรงดันน้ำ กล้องจับภาพสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว และขับเคลื่อนได้ทุกทิศทางด้วย thruster 8 ตัว ภายในส่วนต่าง ๆ ของ OceanOne ถูกบรรจุด้วยน้ำมันแทนที่จะเป็นอากาศ ทำให้ทนแรงดันน้ำได้ลึกถึง 2,000 เมตร
1. Sophia หุ่นที่ใกล้จะเหมือนมนุษย์มากที่สุด เพราะนอกจากจะขยับศีรษะและแสดงสีหน้าได้เร็วใกล้เคียงกับธรรมชาติของคนมากแล้ว Sophia ยังขยับปากตรงกับคำพูดและโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนมากด้วย สามารถแสดงสีหน้าได้ถึง 62 รูปแบบ ข้างในนัยน์ตามีกล้องซ่อนอยู่ สามารถกรอกลูกตาไปมาได้ สบตากับคนที่กำลังพูดคุยด้วยได้ ระบุได้ว่าคนที่คุยด้วยเป็นใคร ใช้เทคโนโลยีของ Google Chrome voice recognition ในการฟังเสียง เป้าหมายคือ จะทำให้ Sophia มีความสามารถ มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ เพื่องานด้านสุขภาพ การรักษา การศึกษา และการบริการลูกค้า เชื่อว่าในไม่ช้านี้เราจะได้เห็น Sophia ที่เหมือนกับมนุษย์จนแยกไม่ออกอย่างแน่นอน
วันนี้ “หุ่นยนต์” มาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ทำให้ “ประชากรหุ่นยนต์” ในโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปี 2018 หุ่นยนต์แรงงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านตัว ไม่นับหุ่นยนต์ที่ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงหรือเป็นเพื่อนมนุษย์อีกไม่รู้กี่สิบล้านตัว หุ่นยนต์นั้นจะเข้ามาทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉนั้นคนเราก็ต้องเพิ่มทักษะและปรับตัว ไม่งั้นคุณจะโดนหุ่นยนต์แย่งงานอย่างแน่นอน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น