ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

10 ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนไทยและโรงเรียนญี่ปุ่น

10 ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนไทยและโรงเรียนญี่ปุ่น

วันนี้ รู้ไว้ใช่ว่า Channel เชิญเพื่อนๆมาช่วยกันคิดว่า โรงเรียนประถม มัธยม ในญี่ปุ่นกับเมืองไทยเรา มีอะไรต่างกันบ้าง ซึ่งแน่นนอนว่า ระบบการศึกษาของญี่ปุ่นนั้นดีกว่าบ้านเราอยู่แล้ว แต่มันดีกว่าอย่างไรบ้าง ผมคิดได้ 10 ข้อ ไปดูกันเลย
1. ญี่ปุ่นไม่มีรถบัสรับส่งนักเรียน เด็กญี่ปุ่นส่วนมากจะเดินหรือปั่นจักรยานไปโรงเรียนเพราะส่วนมากเด็กญี่ปุ่นจะเลือกเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน เพราะมาตฐานโรงเรียนในญี่ปุ่นนั้นใกล้เคียงกัน ส่วนเมืองไทยมีทั้งรถตู้ รถบัส รถสามล้อ รถสองแถวแบบนี้ หรือสามารถแว้นมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนก็ยังได้
2. โรงเรียนประถมและมัธยมต้นในญี่ปุ่นครูใหญ่ต้องชิมกับข้าวก่อน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย นักเรียนและครูจะต้องกินข้าวเที่ยงที่โรงเรียนจัดให้ โดยนักเรียนจะผลัดเวรกันตักอาหารให้เพื่อนๆ โดยนักเรียนจะนั่งกินอยู่ที่โต๊ะเรียนของตัวเอง หรือตามสถานที่ต่างๆ ส่วนโรงเรียนไทยเกือบทุกโรงเรียนจะมีโรงอาหาร เด็กประถมจะกินข้าวที่โรงเรียนจัดให้ เด็กมัธยมจะซื้อกินในโรงอาหาร โดยมีเมนูให้เลือกมากพอสมควรขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียน และยังมีของว่างขายตามรั้วโรงเรียนอีกด้วย
3. โรงเรียนในญี่ปุ่นจะไม่มีภารโรง เด็กๆจะต้องทำความสะอาดห้องเรียน และโรงเรียนเอง ส่วนเมืองไทยเรามีภารโรงที่คอยทำความสะอาด กวาดขยะ ล้างห้องน้ำ ซ่อมหลังคา และขายขนมตอนพักเที่ยงได้อีกด้วย
4. ชุดนักเรียนมัธยมในญี่ปุ่นจะใส่ตามฤดูกาล โดยทางโรงเรียนจะมีวันที่กำหนดว่าจะเปลี่ยนเป็นชุดฤดูร้อนหรือชุดฤดูหนาว เราจะใส่ตามใจชอบไม่ได้นะครับ ซึ่งเค้าจะเรียนวันนี้ว่าวัน 衣替え (Koromogae) หรือวันเปลี่ยนชุดเมื่อเข้าฤดูใหม่ โดยชุดนักเรียนแต่ละฤดูก็จะประมาณนี้ครับ ส่วนชุดนักเรียนไทยเรานั้นเนื่องจากสภาพอากาศและสภาพเศรษฐกิจที่ถึงแม้จะมี 3 ฤดู แต่ 90% จะเป็นฤดูร้อน และฐานะของผู้ปกครองไม่สู้ดีนัก เราเลยมีชุดนักเรียนแค่ชุดเดียวก็พอ
5. กิจกรรมชมรมของญี่ปุ่น จะเอาจริงเอาจังมาก และมีหลายชมรมให้เลือก โดยมีการจัดแข่งขันกันระหว่างชมรม หรือแข่งกันกับชมรมต่างโรงเรียน ถึงแม้ตอนปิดเทอมก็ยังต้องมาทำกิจกรรมชมรม ส่วนโรงเรียนไทยเราก็มีกิจกรรมชมรมบ้างเหมือนกัน แต่บางโรงก็ไม่มีและส่วนมากเป็นชมรมที่ทำแบบขำๆ ไม่ซีเรียสอะไร บางทีต้นเทอมมีชมรมแต่พอกลางเทอมก็ยุบชมรมหายไปเลย

6. เด็กประถมญี่ปุ่นจะเปลี่ยนที่นั่งทุกเดือนหรือทุก 3 เดือนแล้วแต่โรงเรียน แต่จะทำแบบนี้ทุกโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนทั้งห้องได้ทำความรู้จักกันอย่างทั่วถึง ส่วนในประเทศไทยเดี๋ยวนี้ก็มีการสลับที่นั่งบ้างแล้วในหลายๆโรงเรียน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน นั่งโต๊ะไหนก็โต๊ะนั้น นั่งข้างใครก็ข้างคนนั้นตลอด จะเห็นว่าเด็กไทยมักจะจับคู่และสนิทแค่กับคู่ของตัวเอง

7. คนแก่หรือคนที่เกษรียญแล้วในชุมชนของญี่ปุ่นจะคอยมาอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้เด็กๆที่เดินไปโรงเรียน เช่นคอยโบกธงให้รถหยุด เพื่อให้เด็กๆข้ามถนน และรถทุกคันจะระวังและรักษากฏจราจรเป็นอย่างมาก เพราะถ้าทำผิดจะโดนลงโทษอย่างรุนแรง ส่วนเมืองไทยเรานั้นต้องขอบอกว่าอย่าให้คนแก่มาเสี่ยงบนถนนเมืองไทยเลยครับ เพราะเมืองไทยอากาศร้อน อารมณ์ก็ร้อน ขนาดคนแก่ปั่นสามล้อยังโดนเด็กหัวร้อนเตะได้
8. เด็กประถมในโรงเรียนของรัฐบาลในญี่ปุ่นส่วนมากใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดนักเรียน เพื่อให้นักเรียนรู้จักสร้างสรรดีไซน์ และแสดงความคิดในการแต่งกาย และยังสามารถบ่งชี้ถึงเอกลักษณ์ของเด็กคนนั้น ทำให้คุณครูสังเกตุและสะท้อนถึงพฤติกรรมจากการแต่งตัว ส่วนของไทยนั้นจะแต่งกายด้วยชุดนักเรียนซึ่งจะคล้ายๆกันทั้งประเทศและมักจะตัดผมสั้นซึ่งก็มีข้อดีคือ ความเป็นระเบียบ ง่ายต่อการจดจำเวลาพลัดหลง โดยสังเกตุจากชื่อย่อโรงเรียนที่ปักอยู่ที่หน้าอกเสื้อนั่นเอง
9. เด็กญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าชั้นเรียน โดยทุกโรงเรียนจะมีล็อกเกอร์และรองเท้าที่เหมือนกันทุกคนให้นักเรียนเปลี่ยนก่อนเข้าอาคารเรียนเพื่อความเป็นระเบียบ ความสะอาด และเป็นการไม่ให้แบ่งแยกระหว่างคนรวยที่ใส่รองเท้าแบรนด์เนมราคาแพงและคนจน เพื่อจะได้เท่าเทียมกัน ส่วนของไทยนั้นก็มีบางโรงเรียนให้นักเรียนถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเรียน หลายๆโรงก็ไม่ต้องถอด ส่วนรองเท้านั้นไม่แตกต่างกันมาก เพราะโรงเรียนบังคับแบบของรองเท้าอยู่แล้วแต่ที่ต่างกันคือความเก่าและความใหม่ของรองเท้ามากกว่า
10. เด็กประถมในญี่ปุ่นจะไม่พกเงินไปโรงเรียน ถ้าใครพกมาจะถูกคุณครูริบไว้ แล้วคืนผู้ปกครอง เพราะโรงเรียนที่ญี่ปุ่นจะไม่มีอะไรขาย ส่วนอาหาร นม ทางโรงเรียนจัดให้อยู่แล้วหรือนักเรียนจะห่อข้าวมากินที่โรงเรียนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องซื้ออะไรอีก ส่วนเมืองไทยเรานั้นผู้ปกครองส่วนมากกลัวว่าลูกจะกินไม่อิ่ม จึงนิยมให้เงินลูกพกไปโรงเรียนด้วย เด็กประถมบางคนพกเงินมามากกว่าครูด้วยซ้ำ

ติดตามเราได้ที่ รู้ไว้ใช่ว่า Channel : https://www.youtube.com/channel/UCfR3h7M9Vl-T4VIZsU4-ibQ
Facebook : https://business.facebook.com/Top10Thailand

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หนังตลก ยุค 90 ที่ วัยรุ่นสมัยนี้ควรหามาชม

  7 หนังตลก ยุค 90 ฮาน้ำตาเล็ด แะนนำ รีบหามาดูเลย สงกรานต์นี้ใครไม่ได้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ อยากนอนดูหนังอยู่บ้านชิวๆ ลุงชาญมีหนังตลกจะมาแนะนำ รับรองหัวเราะขี้แตกขี้แตน ในยุค 90 นั้นมีหนังที่เข้ามาฉายบ้านเรามากมายทั้งไทยและเทศ มีให้ชมครบทุกรสชาติ ทั้งบู๊ แอคชั่น หนังผี ดราม่า และ หนังตลก คนยุคนั้นโชคดีมากที่มีหนังให้เลือกชมหลากหลายมาก วันนี้เราจะมาย้อนดูหนังตลกกัน โดยเฉพาะหนังตลกจากฝั่งตะวันตก น่าเสียดายถ้าคนยุคนี้พลาดดูหนังฮาๆเหล่านี้นะครับ มีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย The mask หน้ากากเทวดา ปี 2537 จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราใส่หน้ากากแล้วมีพลังวิเศษ แปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ เมื่อหนุ่มแบงก์ สแตนลีย์ อิปคิส ผู้ที่อ่อนแอและมีชีวิตแสนน่าเบื่อ บังเอิญเก็บหน้ากากไม้เก่าๆได้ เมื่อเขาลองใส่หน้ากากเขาจะกลายเป็นอีกคนที่มีพลังเหนือมนุษย์ ทำได้ทุกอย่าง ที่สำคัญเมื่อสวมหน้ากากแล้วความกล้าบ้าบิ่นมาเกิน 100% ความฮาปนบ้าจึงเกิดขึ้น หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย จิม แครี่ และเป็นหนังแจ้งเกิดเรื่องแรกของ นางเอก คาเมร่อน ดิเอส อีกด้วย นี่ sexy มั้ยล่ะ Home alone ออกฉาย  ปี 2533 Home alone หรือโดดเดี่ยวผู้น่าร...

10 เรื่องต้องรู้ก่อนดูละคร สายโลหิต

10 สิ่งต้องรู้ก่อนดู ละคร สายโลหิต 1. สายโลหิตถูกสร้างมาแล้ว 3 version สายโลหิต นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ชาติไทยปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงแก่พม่า เป็นบทประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 ถูกสร้างเป็นละครครั้งแรกในปี 2529 ในครั้งนั้นได้ พระเอกตลอดกาล ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ขุนไกร , อาภาพร กรทิพย์ รับบท ดาวเรือง (ตอนโต) ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนเด็ก) นพพล โกมารชุนรับบทเป็น หมื่นทิพย์ หรือ หมื่นทิพย์เทศา และ อำภา ภูษิต รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน จุรี โอศิริ รับบทเป็น ย่านิ่มออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 , เวอร์ชั่นต่อมาในปี 2538 นำแสดงโดย หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ที่รับบทเป็น ขุนไกร (วัยหนุ่ม) อภิชาติ หาลำเจียก ขุนไกร (วัยกลางคน) กบ สุวนันท์ คงยิ่ง รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนโต) บี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ ดาวเรือง (ตอนเด็ก) และ ดวงดาว จารุจินดา ดาวเรือง (วัยกลางคน) ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบทเป็น หมื่นทิพย์ เอ๋ อุษณีย์ รักกสิกรณ์ รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน บรรเจิดศรี ยมาภัย รับบทเป็น ย่านิ่ม ทางช่อง 7 ,จากนั้นในปี 2546 ช่อง 3 นำ สายโลหิต มาปัด...

10 รถมอเตอร์ไซค์ชาย 150 CC ตัวแรงในตำนาน

10 รถมอเตอร์ไซค์ชาย 150 CC ตัวแรงในตำนาน จากคลิปที่แล้วที่เราได้นำเสนอ รถมอร์เตอร์ไซด์กระเทย กันไป ก็มีเพื่อนๆหลายคนอยากดูรถ สปอร์ต หรือรถชายในตำนานกันบ้าง วันนี้เราจึงได้หาข้อมูลและรูปรถในตำนานเหล่านั้นมาให้ลำลึกความหลังกันอีกครั้ง โดยขอยกมาเท่าที่จำได้มาแค่ 10 รุ่นนะครับ บางรุ่น เช่น GTO , Concord, RXZ เหล่านี้อาจจะเก่าไปเกรงว่าน้องๆรุ่นหลังจะเกิดไม่ทัน จึงขอนำรถมอร์ไซด์ในยุค 90 มาให้รับชมกันนะครับ เชิญรับชมได้เลยครับ Kawazaki AR80 และ AR Micro Magnum เริ่มตัวแรกกับ Kawasaki เออาร์ ไมโคร เครื่อง 80 ซีซี 6 เกียร์ และAR Micro ไมโครแม็กนั่ม เครื่อง 80 ซีซี 6 เกียร์ มีดิสก์หน้า มีล้อแม็ก และตัวสุดท้ายในตระกูลนี้คือ ไมโครแม้กนั่ม แอลซี ซึ่งเริ่มเป็นหม้อน้ำตัวแรก มีล้อแม็ก และหลังจากนั้นจึงได้ปล่อย AR 125 ออกมา Yamaha Touch ประสิทธีภาพเต็มเปี่ยมของ ยามาฮ่าทัช สตรีท ธันเดอร์ เครื่องยนต์ 126.0 ซีซี 2 จังหวะ 6 เกียร ระบายความร้อนด้วยน้ำ รีดพลังแรงม้าได้ยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวล คล่องตัวในยามขับขี่ ฟูลแฟริ่งสวยเฉียบ และเปลี่ยนแมใหม่ ในรูปแบบของ Yamaha touch plus ทั้งลายกราฟฟิค...