เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยก่อน กับ สมัยนี้ บอกเลยมาไกลมาก เด็กสมัยนี้เคยเห็นมั้ย
เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาเร็วมากๆ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆถูกคิดค้นพัฒนาเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์ นับเป็นโชคดีของเด็กยุคนี้ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี และเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ต่างจากคนยุคเมื่อ 40 - 50 ปีที่แล้ว วันนี้เราจึงลองเอาเทคโนโลยีของคนยุคก่อน มาให้เด็กยุคนี้ดูว่าพวกเขาเคยเห็นมันรึปล่าว และใช้มันเป็นมั้ย เริ่มจาก1. โทรทัศน์ ประเทศไทยเริ่มต้นรู้จัก สิ่งที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Television” เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2492 โดยรู้จักในชื่อ “วิทยุภาพ” โดยคำว่า โทรทัศน์ นั้นได้มาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงบัญญัติขึ้นเป็นคำว่า “วิทยุโทรทัศน์” ซึ่งต่อมาประชาชนทั่วไป นิยมเรียกอย่างสังเขปว่า “โทรทัศน์” โดยระยะแรกใช้ระบบการแพร่ภาพแบบขาวดำ ทางช่อง 4 บางขุนพรหม สีสันนั้นไม่จำเป็นในสมัยนั้นเพราะมีแค่ขาวกับดำ และนี่คือ โทรทัศน์ในยุคอดีต โดยเฉพาะยี่ห้อยอดนิยมของคนไทยสมัยนั้นต้องยี่ห้อ ธานินทร์ เท่านั้น สมัยนั้นถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรามาก บ้านไหนมีเครื่องใหญ่ 21 นิ้ว อยู่ในตู้ไม้สวยงาม บ้านนั้นถือว่าร่ำรวย รีโหมดไม่มีจะเปลี่ยนช่อง ต้องใช้มือหมุน หรือกดปุ่มที่ตัวเครื่อง และเมื่อมาถึงถึงสมัยนี้ มันเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ
2. วิทยุ เครื่องรับวิทยุเกิดขึ้นในราว พ.ศ. 2439 ในงานจัดแสดงของรัสเซีย โดย Alexander Stepanovich Popov ในประเทศไทยยุคแรกประมาณปี พ.ศ. 2470 ได้มีการติดตั้งเครื่องส่งวิทยุระบบ AM ขนาด 200 วัตต์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข เครื่องรับวิทยุในยุคแรกนั้นเป็นชนิดแร่ มีเสียงเบามากและต้องใช้หูฟัง ประมาณปี พ.ศ. 2500 เป็นยุคเครื่องรับวิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ระยะแรกๆ ยังมีขนาดใหญ่มากและต่อมามีการพัฒนาอุปกรณ์และวงจรให้มีขนาดเล็กลงตามลำดับ วิทยุกับคนไทยนั้นโดยเฉพาะคนชนบทถือว่าผูกพันธ์กันมาก และแพร่หลายในวงกว้างที่สุดและเป็นความบันเทิงหลักของคนยุคนั้น ซึ่งวิทยุมีความบันเทิงหลากหลายเช่น ฟังเพลง เขียนจดหมายขอเพลงจาก DJ(ใครเคยเขียน บ้างครับ) โทรขอเพลง ที่สมัยนั้นมี DJ ชื่อดังเสียงใสๆหลายคนจนผู้ฟังติดกันงอมแงม การตัดสติ๊กเกอร์หรือฉลากส่งไปชิงโชค หรือแม้แต่ละครทางวิทยุ เช่นคณะ เกศทิพย์ และ คณะนีลิกานนท์ แต่เมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้น วิทยุก็ได้รับความนิยมน้อยลง การฟังเพลงก็เปลี่ยนจากวิทยุเครื่องใหญ่ๆ มาเป็นแบบพกพาเครื่องเล็กๆอย่าง Ipod หรือฟังวิทยุ Online ผ่านมือถือ ขอเพลงทาง Line facebook หรือไม่ก็โหลดเพลงมาฟังเองไม่ต้องง้อ DJ
3. เตารีด เตารีดสมัยแรกๆ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 จะเป็นเตารีดแบบอังไฟ ซึ่งประกอบด้วยเหล็กหล่อรูปสามเหลี่ยมแบน มีด้ามจับเป็นไม้ ซึ่งต้องนำไปอังไฟให้ร้อนก่อนใช้งาน, ในยุคต่อมาได้มีการออกแบบเตารีดให้มีช่องว่างด้านในสำหรับใส่ถ่านไม้หรือถ่านหินเพื่อให้ความร้อน ใครเคยใช้บ้างครับ สิ่งที่คนเคยใช้เตารีดแบบนี้จะต้องเจอคือ ถ่านร่วงลงบนผ้าจนผ้าขาดเป็นรู หรือถ้าเตารีดติดผ้า แบบว่ารีดแล้วไม่ลื่น เราต้องหาตัวช่วยนั่นคือ ใบตอง, ส่วนเตารีดในยุคปัจจุบันจะให้ความร้อนด้วยไฟฟ้าแทน ใช้งานง่าย สะดวก ไม่ต้องหาถ่าน จุดไฟ และมีระบบไอน้ำอีกด้วย
4. ปัตตาเลี่ยน ย้อนไปสัก 50 ปี ชายไทยทุกคนคงเคยได้สัมผัสกับปัตตาเลี่ยนตัดผม โดยเฉพาะนักเรียนชายที่ต้องใช้บริการร้านคัดผมเกือบทุกเดือน และนี่คือเครื่องมือคู่ใจช่างตัดผมสมัยนั้น แต่ไม่ค่อยจะถูกใจวัยรุ่นสักเท่าไหร่ เพราะอะไรนะเหรอครับ คนอายุ 40 คงยังจำประสบการณ์การตัดผมได้ดี ที่ต้องนั่งน้ำตาเล็ดกันมาแล้วเนื่องจาก ปัตตาเลี่ยนแบบนี้ ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าแต่ใช้แรงบีบจากมือช่างล้วนๆ ตัดไปได้สักพักมันก็จะฝืด ต้องใช้ตัวช่วยคือ น้ำมันจักรซิงเกอร์ และหากไม่ได้ลับคมมันแล้วล่ะก็ มันจะตัดเส้นผมเราไม่ขาด แต่จะถอนออกมาทั้งรากแทน เล่นเอาแสบหนังหัวไปตามๆกัน
5. ตาชั่ง ตาชั่งโบราณ มี 2 แบบ สมัยก่อนตาชั่งที่ใช้ยังเป็นแบบชั่งด้วยมือถ่วงด้วยลูกตุ้มน้ำหนัก ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ บางทีเขาก็จะเอาตะขอเกี่ยวเนื้อชั่งเลย หรือบางอันก็จะมีถาดไว้ใส่สิ่งของชั่งบ้าง ตาชั่งแบบนี้จะเที่ยงตรงกว่าตาชั่งปัจจุบันอีกนะ เท่าไรก็เท่านั้น ไม่ต้องมาโกงกิโลกัน แต่ก็ไม่สะดวกและใช้เวลาชั่งนาน เปรียบเทียบกับตาชั่งสมัยนี้แล้ว ต่างกันเยอะ สะดวกกว่ากันเยอะ แต่ก็อาจจะโกงกันได้เยอะเช่นกัน
6. ตะเกียงแก๊สก้อน ในยุคที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงมากนัก ไฟฟ้าตามถนนหนทางก็ไม่มี สมัยนี้คงจะใช้ไฟฉาย แต่ผู้คนสมันก่อนนิยมใช้ ตะเกียงแก๊ส ใช้ส่องสว่างยามค่ำคืน โดยเฉพาะคนตัดยาง คนหากบหาปลาตามท้องไร่ท้องนา ตะเกียงแก๊สจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้หลักการทางเคมี และวิทยาศาสตร์มาใช้ นั่นคือการเอา แคลเซี่ยมคาร์ไบด์ ใส่แก๊สลงกระป๋องล่าง ใส่น้ำไว้กระป๋องบน แล้วปล่อยให้น้ำหยดลงแก๊ส แก๊สจะทำปฎิกิริยากับน้ำ เกิดเป็นก๊าซที่ติดไฟ ชื่ออะเซทิลีน ต่อสายยางมาที่จานสะท้อนแสง แค่นี้ก็สว่างจ้าไม่ต้องง้อถ่านไฟฉาย
7. เครื่องกรอม้วนวีดีโอ เด็กสมัยนี้ถ้าอยากดูหนังที่บ้านก็คงดูออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือแผ่น DVD แผ่น Blu-ray ที่ได้ภาพคมชัดสะดวกสบาย จะหยุด หรือจะย้อนดูตอนไหนก็ทำได้ง่ายๆ แต่วัยรุ่นยุคม้วนวีดีโอ การจะได้ดูหนังสักทีก็ต้องไปเช่าตามร้านเช่าวีดีโอ และหากดูจบแล้วอยากจะดูซ้ำอีกรอบจะต้องทำไงครับ บอกเลยว่าไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้นะครับ เราต้องอาศัยเครื่องกรอเทปแบบนี้มาช่วยเรา เนื่องจากม้วนวีดีโอแบบ VHS นั้นเป็นแถบแม่เหล็กยาวๆ ใช้เล่นกับเครื่องเล่น VDO แบบนี้ ถ้าเครื่องไหนมีระบบกรอกลับได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีก็จำเป็นต้องไปหาซื้อเครื่องกรอเทปมา และถ้าหัวอ่านสกปรก สิ่งที่ต้องซื้อมาอีกอย่างคือ น้ำยาล้างหัวเทป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น